วิธีฝึกให้วัยรุ่นลดการบูลลี่ด้วยความกล้าแสดงออกมีอะไรบ้าง
- Benjawan Taokuen
- 20 ต.ค. 2568
- ยาว 2 นาที
อัปเดตเมื่อ 21 ต.ค. 2568
เวลาที่พ่อแม่เห็นลูกกลับจากโรงเรียนด้วยสีหน้ากังวล ใจของเรามักกระตุกเบาๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ inside-out parenting เชื่อในพลังของครอบครัว ฉันอยากชวนคุณมองเห็นอีกหนึ่งทักษะที่ช่วยปกป้องใจของวัยรุ่นได้จริง นั่นคือ ความกล้าแสดงออก (Assertiveness) การสื่อสารอย่างมั่นใจและสุภาพที่ยืนอยู่บนสิทธิของตนเอง โดยยังเคารพผู้อื่น งานวิจัยที่ฉันหยิบมาคุยด้วยวันนี้พบว่าการฝึกทักษะนี้ช่วยลดผลกระทบจากบูลลี่ได้อย่างมีนัยสำคัญ และทำได้ผ่านเกมแนว serious game ที่ทั้งปลอดภัยและน่าเล่นสำหรับเด็กมัธยม

ความกล้าแสดงออก มีอะไรบ้าง จากงานวิจัย
เมื่อพูดถึงความกล้าแสดงออก หลายคนกลัวว่าจะพาเด็กไปสู่ความก้าวร้าว แต่งานวิจัยชิ้นนี้อธิบายชัดว่าไม่ใช่เลย ความกล้าแสดงออกคือการสื่อสารที่ชัด ตรง จริงใจ และสมดุล เด็กสามารถบอกความต้องการ ปกป้องขอบเขตของตัวเอง ขอความช่วยเหลือ และยืนหยัดในสิทธิของตน โดยไม่กดทับสิทธิของใคร การฝึกเช่นนี้สัมพันธ์กับการเติบโตทั้งการเรียน การเข้าสังคม และความยืดหยุ่นทางอารมณ์ในวัยรุ่น
เมื่อวัยรุ่นฝึกความกล้าแสดงออก ผลกระทบจากบูลลี่ลดลง
ทีมวิจัยได้พัฒนาเกมแนว serious game ชื่อ Bernstein ออกแบบตามหลัก CBT (Cognitive Behavioral Therapy) และวิธี Multiple Composite Scenarios (MCS) ให้เด็กได้ลองคิด ลองพูด และสะท้อนตนเองในสถานการณ์จำลองที่ใกล้ชีวิตจริง
นักเรียนมัธยมที่เล่นเกมนี้มีคะแนนความกล้าแสดงออกเพิ่มขึ้ นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ค่า P เท่ากับ .01 และเมื่อเทียบกับโปรโตคอลทางเลือกแบบอ่านเรียนรู้ทั่วไป ผลของเกมดีกว่าอย่างชัดเจนด้วยค่า P เท่ากับ .006 ถึงแม้ขนาดอิทธิผลโดยรวมจะเล็ก แต่การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ แบบต่อเนื่อง มีความหมายกับชีวิตประจำวันของเด็กมาก โดยเฉพาะเวลาต้องเผชิญแรงกดดันจากเพื่อน

ทำไมเกมแนว serious game จึงเวิร์กกับวัยรุ่นไทย (รองรับเกมเพื่อการเรียนรู้)
วัยรุ่นชอบการลองผิดลองถูกในพื้นที่ปลอดภัย เกมเพื่อการเรียนรู้ ช่วยให้เขาฝึกประโยคขอความช่วยเหลือ ฝึกพูดว่าไม่ ฝึกยืนยันสิทธิของตน ท่ามกลางตัวเลือกหลากหลายและผลย้อนกลับแบบเรียลไทม์ Bernstein ใช้ระบบคะแนน Love Coins ให้รางวัลเมื่อเด็กเลือกพฤติกรรมที่สอดคล้องกับการสื่อสารเชิงมั่นใจ สถานการณ์ค่อยๆ ยากขึ้น เด็กเลยได้ทั้งสนุกและซ้อมใจไปพร้อมกัน
โครงสร้างฝึกแบบคลินิกที่แปลงเป็นประสบการณ์เล่น
แนวทาง MCS เริ่มจากทำความเข้าใจกับปัจจัยเสี่ยง เช่น ความโดดเดี่ยวทางสังคม แล้วพาเห็นผลกระทบ สอดแทรกความรู้ทางจิตวิทยาที่เชื่อถือได้ผ่านตัวละครที่ปลอดภัย ชวนเด็กสะท้อนสิ่งที่เรียนรู้ ปกป้องคนที่อ่อนแอกว่า ลองใช้ความกล้าแสดงออกในโลกเสมือน และปิดท้ายด้วยการเกี่ยวโยงกลับสู่ชีวิตจริง นี่คือ CBT ในรูปแบบที่จับต้องได้สำหรับวัยรุ่นและช่วยลดการบูลลี่ด้วยความกล้าแสดงออก
คู่มือผู้ปกครอง ฝึกความกล้าแสดงออกให้วัยรุ่นที่บ้าน
ฉันรู้ว่าคุณรักลูกมากแค่ไหน ลองใช้เวลาสั้นๆ ทุกวันเพื่อฝึกไปกับเขา เนื้อหาด้านล่างสรุปจากสิ่งที่งานวิจัยใช้ฝึกจริง และปรับให้เข้ากับครอบครัวไทย
เช็กลิสต์สังเกตเบื้องต้น
ลูกเลี่ยงการขอความช่วยเหลือทั้งที่ต้องการ
กลัวความขัดแย้งจนยอมทำทุกอย่าง
กังวลเกินเหตุเวลาต้องบอกความต้องการ
พูดโทนขอโทษบ่อยแม้ตนเองไม่ได้ทำผิด
กลับบ้านด้วยความเครียดจากสถานการณ์กับเพื่อน
สาเหตุที่พบบ่อยในชีวิตประจำวัน
ขาดประสบการณ์พูดคุยเชิงมั่นใจในพื้นที่ปลอดภัย
เชื่อว่าความดีต้องไม่ปฏิเสธใคร
กังวลภาพลักษณ์และการยอมรับของเพื่อน
โฟกัสความสมบูรณ์แบบเกินไปจนกลัวผิดพลาด
วิธีดูแลตนเองและฝึกที่บ้าน
ด้านร่างกายและจิตใจ
หายใจลึกช้า 4–4–6 ก่อนพูดประโยคสำคัญ, จดไดอารี่ ประโยคที่อยากพูดให้ชัดและสั้น
ด้านครอบครัว
ซ้อมบทสนทนา พ่อแม่เป็นคู่ซ้อม เป็นประจำ คำขึ้นต้นที่ช่วยได้ เช่น หนูต้องการ, ฉันรู้สึก, ฉันขอ, ตกลงคำสัญญาในบ้าน เคารพเมื่อใครบอกว่าไม่
ด้านผู้เชี่ยวชาญและโรงเรียน
นัดคุยกับครูแนะแนวเพื่อหาพื้นที่ซ้อม เช่น ชมรมกิจกรรม, หากลูกเจอเหตุการณ์รุนแรง ติดต่อสายด่วนสุขภาพจิต 1323 เพื่อรับคำปรึกษา
แบบฝึกหัดความกล้าแสดงออก ฉบับเกมและชีวิตจริง
อยากให้บ้านของคุณเป็นพื้นที่ทดลองที่ปลอดภัย เหมือนที่เกมทำกับผู้เล่น
เกมเพื่อการเรียนรู้ ที่บ้านก็จำลองได้
ภารกิจ ขอความช่วยเหลือ
ให้ลูกเลือกเรื่องเล็กๆ ที่อยากขอ แล้วพูดประโยคสั้นชัด พร้อมเหตุผลหนึ่งข้อ
ภารกิจ พูดว่าไม่ อย่างสุภาพ
ซ้อมปฏิเสธคำชวนที่ไม่สบายใจ พร้อมเสนอทางเลือกที่ยอมรับได้
ภารกิจ ยืนยันสิทธิ
ให้ลูกบอกขอบเขตของตนเวลาใช้มือถือ พ่อแม่รับฟังและสะท้อนกลับอย่างเคารพ
ตัวอย่างประโยคพร้อมใช้
ฉันรู้สึกกังวลเมื่อ… ฉันอยากขอ…
ขอบคุณที่ชวน แต่ฉันไม่สะดวก เพราะ… เราเลือกแบบนี้แทนได้ไหม
ตอนนี้ฉันต้องการเวลาอ่านหนังสือ ขอให้เงียบสัก 30 นาทีได้ไหม


ความคิดเห็น