top of page

วิธีรับมือไซเบอร์บูลลี่แบบ Stop Block Tell ที่พ่อแม่ทำได้ทันที


ไม่ว่าจะเป็นแม่ในยุคที่ลูกอยู่กับหน้าจอเกือบทั้งวัน บางครั้งใจหายเมื่อเห็นคอมเมนต์แรง รูปหลุด หรือการตั้งแอคปลอมมาปั่น เล่นเอาลูกปิดประตูร้องไห้ทั้งคืน inside-out parenting เข้าใจว่าความคาดหวังกับความจริงนั้นช่างห่างกันไกล เราจะพาคุณตั้งหลักอย่างเป็นระบบด้วย วิธีรับมือไซเบอร์บูลลี่แบบ Stop Block Tell พร้อมเช็กลิสต์สั้นๆ และแบบฝึกกำลังใจที่เด็กใช้ได้จริง อ้างอิงจากงานวิจัยภาษาไทยที่อัปเดตและเชื่อถือได้



ภาพรวมปัญหาในไทย และทำไมต้องเริ่มตอนนี้


งานวิจัยในนิสิตนักศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย พบองค์ประกอบพฤติกรรมคุกคามออนไลน์ 5 แบบ ได้แก่ ปลอมตัวออนไลน์ ข่มขู่และด่า เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ออนไลน์ เม้าท์เสียหาย และลบหรือบล็อกจากกลุ่ม ซึ่งโมเดลสอดคล้องกับข้อมูลจริงอย่างมีนัยสำคัญ และการปลอมตัวมีน้ำหนักสูงสุด แปลว่าการปิดบังตัวตนทำให้การกระทำรุนแรงขึ้นโดยไม่สะท้อนผลกระทบที่แท้จริงต่อผู้ถูกกระทำ (อ้างอิง Sripongplerd 2024)


ในนักเรียน ม.1 ถึง ม.3 เขตกรุงเทพฯ มีผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทุกรูปแบบรวม 61.1 เปอร์เซ็นต์ และพฤติกรรมเสี่ยงออนไลน์หลายอย่างสัมพันธ์กับการเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างมีนัยสำคัญ โดยผู้ที่อยู่กลุ่มเสี่ยงเสพติดโซเชียลมีเดีย เด็กระดับสูงมีโอกาสเกี่ยวข้องมากขึ้นถึงประมาณ 4.4 เท่า นอกจากนี้การเผยข้อมูลส่วนตัว การคุยและนัดเจอคนแปลกหน้าออนไลน์เป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงที่สุด (อ้างอิง Atsariyasing และคณะ 2025)


สำหรับประถมศึกษา งานทบทวนอย่างเป็นระบบระบุว่าโปรแกรมป้องกันที่เริ่มตั้งแต่การสัมผัสเทคโนโลยีครั้งแรก ได้ผลดีต่อการลดพฤติกรรมเกี่ยวข้อง โดยองค์ประกอบที่สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่ดีคือ ทักษะอารมณ์ การกำกับตนเอง บรรยากาศโรงเรียน และความปลอดภัยออนไลน์ พร้อมบทบาทของครอบครัว (อ้างอิง Chicote‑Beato และคณะ 2024)


วิธีรับมือไซเบอร์บูลลี่แบบ Stop Block Tell ที่พ่อแม่ทำได้ทันที

คู่มือ Stop Block Tell เวอร์ชัน inside-out parenting


เรานำหลัก Stop Block Tell มาเรียบเรียงให้เป็นขั้นตอนที่เด็กไทยทำได้ และพ่อแม่โค้ชได้จริง


Stop หยุดทันที ตั้งหลักใจและเก็บหลักฐาน

  • หายใจเข้าออกลึกสามรอบ เว้นวรรคก่อนตอบ เพื่อไม่ให้ไฟลุกต่อ

  • เก็บภาพหน้าจอ พร้อมเวลา ลิงก์ ชื่อบัญชีที่เกี่ยวข้อง และสำรองไว้สองที่

  • เช็กว่ามีการปลอมตัวออนไลน์ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ออนไลน์ที่เสี่ยงหรือไม่ สอดคล้ององค์ประกอบพฤติกรรมที่งานวิจัยไทยพบว่าพบบ่อย (อ้างอิง Sripongplerd 2024)


Block บล็อก ปรับความเป็นส่วนตัว และตัดวงจรเนื้อหา

  • บล็อกบัญชีที่คุกคาม และซ่อนคอมเมนต์ไม่เหมาะสม

  • ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว เฟซบุ๊ก (หรือแพลตฟอร์มอื่น) ให้เข้มขึ้น เช่น จำกัดผู้เห็นสตอรี่ ปิดการแท็กอัตโนมัติ ตรวจสิทธิ์การคอมเมนต์

  • ปิดการแจ้งเตือนชั่วคราว ลดการรับซ้ำซ้อนที่กระตุ้นแฟลชแบ็ก


Tell บอกผู้ใหญ่ที่ไว้ใจและรายงานอย่างเป็นทางการ

  • บอกพ่อแม่ ครู หรือผู้ดูแลที่ลูกไว้วางใจ และนัดคุยแบบไม่กล่าวโทษ

  • ใช้เครื่องมือวิธีรายงานคอมเมนต์ไม่เหมาะสมของแพลตฟอร์ม แนบหลักฐานครบถ้วน

  • หากเข้าข่ายคุกคามรุนแรง เช่น ขู่ทำร้าย เปิดโปงข้อมูลส่วนตัว นัดพบคนแปลกหน้า ให้บันทึกเหตุการณ์และขอคำปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทันที ข้อมูลเชิงปริมาณชี้ว่าการติดต่อคนแปลกหน้าและเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวเพิ่มความเสี่ยงอย่างมาก (อ้างอิง Atsariyasing และคณะ 2025)


เช็กลิสต์ผู้ปกครอง รู้เท่าทันสัญญาณเสี่ยงในชีวิตจริง


อาการที่พบบ่อย
  • อารมณ์แกว่ง โกรธ เศร้า เครียด นอนไม่ดี หลีกเลี่ยงไปโรงเรียน

  • ใช้โซเชียลมากขึ้นจนกระทบการเรียนหรือกิจวัตร

  • ลบประวัติการแชทหรือซ่อนหน้าจอบ่อยขึ้น


สาเหตุและปัจจัยร่วม
  • ใช้เวลาบนโซเชียลมาก และอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเสพติดโซเชียลมีเดีย เด็ก

  • เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ออนไลน์ ใช้รูปจริง และคุยกับคนแปลกหน้า

  • ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวหย่อนไป หรือปล่อยให้ผู้อื่นใช้เครื่องในขณะล็อกอิน (อ้างอิง Atsariyasing และคณะ 2025)


วิธีดูแลตนเองและลูก
  • สร้างกติกาบ้านแบบร่วมกัน กำหนดเวลาจอและพื้นที่ปลอดหน้าจอ

  • ฝึกทักษะกำกับตนเอง ชวนลูกตั้งเป้าหมายเล็กๆ กับรางวัลที่ไม่ใช่หน้าจอ

  • สร้างฐานความสัมพันธ์ที่ปลอดภัย สะท้อนความรู้สึกก่อนเสนอทางออก

  • การขอความช่วยเหลือ รายงานผ่านช่องทางของแพลตฟอร์มแนบหลักฐาน, ปรึกษาครูแนะแนวหรือครูที่ลูกไว้ใจ, ติดต่อผู้เชี่ยวชาญสุขภาพจิต หากพบแฟลชแบ็กหรือหดหู่ต่อเนื่อง


แบบทดสอบเร็ว ประเมินความเสี่ยงเสพติดโซเชียลและพฤติกรรมออนไลน์เพื่อรับมือไซเบอร์บูลลี่แบบ Stop Block Tell


แนวคิดจากเครื่องมือคัดกรอง S-MASS ถูกใช้ในงานวิจัยกับนักเรียนไทย (อ้างอิง Atsariyasing และคณะ 2025) ลองชวนลูกตอบคำถามสั้น 6 ข้อ


  1. ฉันหยุดเลื่อนฟีดแม้ตั้งใจจะหยุดแล้วได้ยาก

  2. ฉันหงุดหงิดมากเมื่อถูกจำกัดเวลาเล่น

  3. ฉันโพสต์หรือไลฟ์แล้วต้องตามอ่านทุกคอมเมนต์

  4. ฉันรับเพื่อนที่ไม่รู้จักเพราะมีเพื่อนร่วมกัน

  5. ฉันเคยใช้รูปจริงเป็นโปรไฟล์ทุกช่องทางโดยไม่จำกัดผู้เห็น

  6. ฉันยอมคุยกับคนที่ไม่รู้จักตัวจริงและคิดจะนัดเจอ


ได้สามข้อขึ้นไป คุยกันเรื่องปรับพฤติกรรมและทำแผนปลอดภัยออนไลน์ร่วมกัน พฤติกรรมเหล่านี้สัมพันธ์กับการเข้าไปเกี่ยวข้องเหตุการณ์อย่างมีนัยสำคัญตามงานวิจัย


เสริมเกราะป้องกันระยะยาวที่บ้านและโรงเรียน


สำหรับประถมศึกษา งานทบทวนชี้ให้ทำอย่างต่อเนื่อง สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการกำกับตนเองและทักษะอารมณ์ รวมทั้งสอนความปลอดภัยออนไลน์ผ่านกิจกรรมมีส่วนร่วม ผลลัพธ์ดีขึ้นเมื่อมีความร่วมมือของครอบครัวและครู (อ้างอิง Chicote‑Beato และคณะ 2024)และทั้งหมดนี้เพื่อวิธีรับมือไซเบอร์บูลลี่แบบ Stop Block Tell


หมายเหตุ เอกสารทั้งหมดจัดทำเพื่อการศึกษาและอิงจากงานวิจัยที่ผ่านการทบทวน


ถาม-ตอบบ่อย (FAQ)


ถาม วิธีรับมือไซเบอร์บูลลี่ครั้งแรกที่ลูกเจอ ควรเริ่มอย่างไร

ตอบ ใช้ Stop Block Tell ตั้งสติและเก็บหลักฐาน บล็อกผู้คุกคาม ปรับความเป็นส่วนตัว แล้วบอกผู้ใหญ่ที่ไว้ใจพร้อมรายงานแพลตฟอร์ม หลักฐานเช่นภาพหน้าจอ เวลา ลิงก์ และชื่อบัญชีสำคัญมาก


ถาม ลูกบอกว่าไม่เป็นไร แต่ใช้โซเชียลหนักขึ้น ควรกังวลไหม

ตอบ งานวิจัยในนักเรียนไทยพบความเสี่ยงเสพติดโซเชียลมีเดีย เด็กสัมพันธ์กับการเข้าไปเกี่ยวข้องเหตุการณ์อย่างมีนัยสำคัญ กลุ่มเสี่ยงสูงมีโอกาสมากขึ้นหลายเท่า ชวนลูกทำแบบทดสอบสั้นและตกลงแผนลดเวลาใช้หน้าจอร่วมกัน


ถาม อะไรคือพฤติกรรมออนไลน์ที่พ่อแม่ควรจับตาเป็นพิเศษ

ตอบ การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ออนไลน์ การคุยกับคนแปลกหน้า การปล่อยให้ผู้อื่นใช้เครื่องขณะล็อกอิน และการเชื่อข่าวออนไลน์โดยไม่ตรวจสอบ ทั้งหมดสัมพันธ์กับความเสี่ยงตามข้อมูลในนักเรียนกรุงเทพฯ


ถาม ทำไมต้องสอน Stop Block Tell ตั้งแต่ประถม

ตอบ งานทบทวนโปรแกรมในประถมพบว่าการเริ่มต้นเร็ว ฝึกทักษะอารมณ์ การกำกับตนเอง บรรยากาศโรงเรียนที่ปลอดภัย และบทบาทครอบครัว ช่วยลดโอกาสเกี่ยวข้องเหตุการณ์ในระยะยาว


ถาม ลูกถูกปลอมตัวหรือถูกเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ควรทำอะไรต่อ

ตอบ เก็บหลักฐานทุกชิ้น รายงานแพลตฟอร์มทันที ปรับความเป็นส่วนตัว แจ้งผู้ใหญ่หรือครู และพิจารณาขอคำปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หากมีความเครียดหรือแฟลชแบ็กต่อเนื่อง


อ้างอิง 


  • Sripongplerd P (2024). Confirmatory Factor Analysis of Cyberbullying Among Undergraduate Students in Northeastern Thailand. Journal of Education and Learning, 13(1), 92–100. CC BY 4.0

  • Atsariyasing W, Foongsathaporn C, Dejatiwongse Na Ayudhaya Q และคณะ (2025). Links to Cyberbullying of Risky Online Behavior and Social Media Addiction among Students in Grades 7–9 in Bangkok. Journal of Health Science and Medical Research. CC BY NC ND

  • Chicote‑Beato M, González‑Víllora S, Bodoque‑Osma AR, Navarro R (2024). Cyberbullying intervention and prevention programmes in Primary Education. Aggression and Violent Behavior, 77, 101938. CC BY 4.0


สิ่งสำคัญ เราจงเริ่มจากการเชื่อมโยงความรู้สึกของลูกก่อนคำแนะนำทุกข้อ เมื่อหัวใจปลอดภัย ลูกจะกล้าบอก และ Stop Block Tell จะทำงานได้จริงด้วยกันทั้งบ้าน

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page