top of page

คุณลักษณะอันพึงประสงค์และทักษะชีวิตของนักเรียนมัธยม

อัปเดตเมื่อ 22 ต.ค. 2568

การเป็นคุณแม่ของลูกวัยมัธยมอาจทำให้ใจเต้นแรงได้ทุกวัน ทั้งเส้นทางเรียน เพื่อน ความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ และโลกออนไลน์ที่วิ่งเร็วเกินคาด หากมองให้ลึกกว่านั้น สิ่งที่คอยโอบอุ้มลูกให้ยืนอย่างมั่นคงไม่ใช่แค่คะแนนสอบ แต่คือชุดทักษะชีวิตและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ทำให้เขารู้จักตนเอง เคารพผู้อื่น คิดเป็น ตัดสินใจเป็น ควบคุมอารมณ์ได้ และอยู่ร่วมกับสังคมอย่างปลอดภัย

งานวิจัยจากสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งศึกษานักเรียนมัธยมปลายโรงเรียนเอกชนในกรุงเทพฯ จำนวน 286 คน พบความเชื่อมโยงสำคัญระหว่างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และทักษะชีวิต ผลการวิเคราะห์เชิงสถิติบ่งชี้ว่าผู้เรียนที่มีผลการเรียนดีและมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์เด่น มักมีทักษะชีวิตที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลนี้ทำให้เรามั่นใจว่าเมื่อบ้านและโรงเรียนช่วยกันวางรากฐานด้านวินัยในตนเอง การควบคุมตนเอง และการเห็นคุณค่าในตนเอง ลูกจะค่อยๆ เติบโตอย่างสมดุลทั้งด้านการเรียนและชีวิตจริง


ทักษะชีวิตของนักเรียน

ทำความเข้าใจคำสำคัญ ทักษะชีวิต, คุณลักษณะอันพึงประสงค์, และวินัย

เพื่อให้เห็นภาพตรงกัน เรามาทำความรู้จักคำเหล่านี้ในภาษาง่ายๆ กันค่ะ

  • ทักษะชีวิต (Life Skills) คือความสามารถที่ช่วยให้ลูกจัดการปัญหารอบตัวและปรับตัวได้ดี ประกอบด้วย การตระหนักรู้และเห็นคุณค่าในตนเอง, การคิดวิเคราะห์และตัดสินใจ, การจัดการอารมณ์และความเครียด และการสร้างสัมพันธ์ที่ดี

  • คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในบริบทโรงเรียนไทยจะรวมถึงความมีวินัย ซื่อสัตย์ ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นอดทน เมื่อนำมาปรับใช้ในบ้านจะเห็นภาพง่ายขึ้น เช่น การทำตามกติกาในบ้านตรงเวลา, รับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมาย, และการสื่อสารอย่างสุภาพ

วินัย, การควบคุมตนเอง, การเห็นคุณค่าในตนเอง ทั้งสามอย่างนี้ทำงานประสานกัน เด็กที่เห็นคุณค่าในตนเองมักเคารพกติกาและมีการควบคุมตนเองหรือยับยั้งชั่งใจได้ดีขึ้น เมื่อลูกยับยั้งใจได้ เขาจะเลือกตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ด้อย่างปลอดภัยต่อตนเองและผู้อื่น


ผลวิจัยชี้ชัด เมื่อวินัยดี ทักษะชีวิตและผลการเรียนก็ดีตาม

บทสรุปสำคัญจากงานวิจัยที่คุณแม่ควรรู้ มีดังนี้

  1. ความสัมพันธ์เชิงบวก จากกลุ่มตัวอย่างนักเรียน 286 คน พบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (โดยเฉพาะด้านวินัย, การควบคุมตนเอง, การเห็นคุณค่าในตนเอง) มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับทักษะชีวิตอย่างชัดเจน

  2. ครอบครัวคือหัวใจ การอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่และใช้เหตุผลในครอบครัว สัมพันธ์กับทักษะชีวิตที่ดีกว่า ครอบครัวที่สื่อสารกันเสมอ ให้ความรักที่ชัดเจน และมีขอบเขตที่เข้าใจตรงกัน ช่วยให้ลูกฝึกพัฒนาทักษะชีวิตได้จริงในชีวิตประจำวัน


ทักษะชีวิตของลูก

5 สัญญาณเตือน ว่าทักษะชีวิตของลูกอาจกำลังเปราะบาง

คุณแม่ลองสังเกตดูว่าลูกมีพฤติกรรมเหล่านี้บ้างหรือไม่

  • ลังเล ตัดสินใจไม่ได้ หรือหลีกเลี่ยงปัญหา โดยเฉพาะเรื่องเพื่อนและการบ้าน

  • อารมณ์แปรปรวน โกรธง่าย เศร้าเร็ว และยากที่จะกลับมาสงบด้วยตนเอง

  • มักพูดว่าตัวเองไม่เก่งหรือไม่ดีพอ ไม่กล้าลองสิ่งใหม่เพราะกลัวผิดพลาด

  • ทำตามกติกาได้บ้างไม่ได้บ้าง และเมื่อเจองานเยอะๆ มักเครียดจนอยากหนี

  • หลีกเลี่ยงการสื่อสาร หรือเลือกที่จะเงียบเมื่อเจอปัญหา


ปัจจัยเสี่ยงในบ้านที่อาจทำลายทักษะชีวิตลูกโดยไม่รู้ตัว

  • ขาดพื้นที่ปลอดภัยในการสื่อสาร เมื่อลูกไม่แน่ใจว่าจะถูกตำหนิ เขามักเลือกที่จะเงียบ

  • กติกาที่ไม่สมดุล กฎที่เข้มงวดเกินไปหรือผ่อนปรนเกินไป ทำให้เด็กไม่เห็นขอบเขตที่ปลอดภัย

  • การเปรียบเทียบ การเทียบลูกกับคนอื่นบ่อยครั้ง ทำให้ความภูมิใจในตัวเองลดลง

  • ตารางชีวิตที่แน่นเกินไป การเรียนและกิจกรรมที่มากเกินไป ทำให้ลูกไม่มีเวลาพักและทบทวนอารมณ์ตนเอง


การดูแลฉบับคุณแม่ 5 ขั้นตอนสร้างวินัยและทักษะชีวิตที่บ้าน

คุณแม่สามารถเริ่มต้นได้ทันทีด้วยขั้นตอนง่ายๆ และปลอดภัยต่อใจลูก

  1. สร้างภาษาแห่งความเห็นคุณค่า เริ่มจากการยอมรับความรู้สึกของลูกก่อนเสมอ เช่น "แม่เห็นว่าหนูเหนื่อยและพยายามมาก วันนี้พักสักครู่แล้วค่อยวางแผนกันต่อนะ"

  2. ออกแบบกติกาให้ลูกมีส่วนร่วม ชวนลูกตั้งเวลา ตกลงวิธีเตือน และสรุปผลร่วมกัน กติกาที่ลูกช่วยกำหนด จะทำให้เขารู้สึกอยากรับผิดชอบมากขึ้น

  3. ฝึกวินัยสั้นๆ แต่สม่ำเสมอ ลองตั้งใจอ่านหนังสือ 20 นาทีต่อวัน หรือจัดห้อง 15 นาทีก่อนนอน แล้วบันทึกความสำเร็จเล็กๆ เพื่อเติมพลังความภูมิใจในตนเอง

  4. ฝึก "หยุดและหายใจ" เมื่ออารมณ์พลุ่งพล่าน แค่หายใจเข้า-ออกช้าๆ 4-5 ครั้ง แล้วถามตัวเองว่า "ตอนนี้ใจเรารู้สึกอย่างไร?" และ "อะไรสำคัญที่สุดที่ควรทำในอีก 10 นาทีข้างหน้า?"

  5. ชวนสะท้อนวันละนิด (1 นาที) ก่อนนอน ลองถาม 3 คำถามเดิมๆ "วันนี้ภูมิใจเรื่องอะไร?" "อยากปรับปรุงอะไร?" และ "พรุ่งนี้อยากลองทำอะไรใหม่?" การทำซ้ำๆ จะช่วยให้กล้ามเนื้อทางใจของลูกแข็งแรงขึ้นจริง


จับมือกับโรงเรียน สร้างทีมเวิร์คที่แข็งแกร่ง

  • อัปเดตข้อมูลกับคุณครู แจ้งให้คุณครูทราบถึงจุดแข็งและจุดที่ลูกกำลังพยายามฝึกฝนที่บ้าน เพื่อให้ครูช่วยสนับสนุนโอกาสในการฝึกฝนที่โรงเรียน

  • ขอข้อมูลเชิงบวก สอบถามคุณครูถึงเหตุการณ์ที่ลูกแสดงออกถึงวินัยหรือการควบคุมตนเองได้ดี แล้วนำเรื่องราวนั้นมาชื่นชมเพื่อเสริมแรงบวกที่บ้าน

  • เข้าร่วมกิจกรรม การเข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียนที่เน้นด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ จะทำให้ลูกเห็นแบบอย่างที่ดีในทิศทางเดียวกัน


เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณแม่สังเกตเห็นสัญญาณเหล่านี้ ควรขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญทันที

  • ลูกมีอารมณ์แปรปรวนรุนแรงและยาวนาน จนกระทบการนอน การกิน หรือความสัมพันธ์

  • หลีกเลี่ยงการไปโรงเรียนหรือกิจกรรมที่เคยชอบ ติดต่อกันหลายสัปดาห์

  • มีคำพูดหรือพฤติกรรมที่ส่อถึงการทำร้ายตนเอง

นักจิตวิทยาหรือคุณครูที่ปรึกษาในโรงเรียนคือจุดเริ่มต้นที่ปลอดภัยและพร้อมให้ความช่วยเหลือค่ะ


ทำไมแนวทางนี้จึงเชื่อถือได้และปลอดภัยต่อใจลูก

บทความนี้สรุปข้อมูลจากงานวิจัยสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ใช้การสำรวจเชิงปริมาณกับนักเรียนจำนวนมากและวิเคราะห์ด้วยหลักสถิติที่น่าเชื่อถือ เสริมด้วยองค์ความรู้สากลด้านพัฒนาการวัยรุ่นและทฤษฎีการอบรมเลี้ยงดูที่เน้นความผูกพันอย่างมั่นคง หลักฐานเหล่านี้สอดคล้องกันว่า เมื่อบ้านและโรงเรียนช่วยกันปลูกฝังวินัย การควบคุมตนเอง และการเห็นคุณค่าในตนเอง ทักษะชีวิตของลูกจะเติบโต และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก็จะได้รับอานิสงส์ที่ดีตามไปด้วย



พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบในวันเดียว เพียงเริ่มต้นจากหนึ่งกติกาที่บ้าน หนึ่งช่วงเวลาที่ได้สื่อสารกันจากใจ และหนึ่งนาทีทบทวนตัวเองก่อนนอน เมื่อความสม่ำเสมอเกิดขึ้น ลูกจะค่อยๆ เชื่อมั่นว่าตนเองทำได้ รู้สึกภูมิใจ และสามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคงขึ้นในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทุกวัน



อ้างอิง

สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล. (2561). การศึกษาความสัมพันธ์ของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์กับทักษะชีวิตที่ดีของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4–6 โรงเรียนเอกชน เขตกรุงเทพมหานคร. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต) https://mulinet11.li.mahidol.ac.th/e-thesis/2561/537/5736730.pdf

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page