คุณลักษณะอันพึงประสงค์และทักษะชีวิตของนักเรียนมัธยม
- Benjawan Taokuen
- 13 ต.ค. 2568
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 22 ต.ค. 2568
การเป็นคุณแม่ของลูกวัยมัธยมอาจทำให้ใจเต้นแรงได้ทุกวัน ทั้งเส้นทางเรียน เพื่อน ความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ และโลกออนไลน์ที่วิ่งเร็วเกินคาด หากมองให้ลึกกว่านั้น สิ่งที่คอยโอบอุ้มลูกให้ยืนอย่างมั่นคงไม่ใช่แค่คะแนนสอบ แต่คือชุดทักษะชีวิตและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ทำให้เขารู้จักตนเอง เคารพผู้อื่น คิดเป็น ตัดสินใจเป็น ควบคุมอารมณ์ได้ และอยู่ร่วมกับสังคมอย่างปลอดภัย
งานวิจัยจากสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งศึกษานักเรียนมัธยมปลายโรงเรียนเอกชนในกรุงเทพฯ จำนวน 286 คน พบความเชื่อมโยงสำคัญระหว่างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และทักษะชีวิต ผลการวิเคราะห์เชิงสถิติบ่งชี้ว่าผู้เรียนที่มีผลการเรียนดีและมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์เด่น มักมีทักษะชีวิตที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลนี้ทำให้เรามั่นใจว่าเมื่อบ้านและโรงเรียนช่วยกันวางรากฐานด้านวินัยในตนเอง การควบคุมตนเอง และการเห็นคุณค่าในตนเอง ลูกจะค่อยๆ เติบโตอย่างสมดุลทั้งด้านการเรียนและชีวิตจริง

ทำความเข้าใจคำสำคัญ ทักษะชีวิต, คุณลักษณะอันพึงประสงค์, และวินัย
เพื่อให้เห็นภาพตรงกัน เรามาทำความรู้จักคำเหล่านี้ในภาษาง่ายๆ กันค่ะ
ทักษะชีวิต (Life Skills) คือความสามารถที่ช่วยให้ลูกจัดการปัญหารอบตัวและปรับตัวได้ดี ประกอบด้วย การตระหนักรู้และเห็นคุณค่าในตนเอง, การคิดวิเคราะห์และตัดสินใจ, การจัดการอารมณ์และความเครียด และการสร้างสัมพันธ์ที่ดี
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในบริบทโรงเรียนไทยจะรวมถึงความมีวินัย ซื่อสัตย์ ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นอดทน เมื่อนำมาปรับใช้ในบ้านจะเห็นภาพง่ายขึ้น เช่น การทำตามกติกาในบ้านตรงเวลา, รับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมาย, และการสื่อสารอย่างสุภาพ
วินัย, การควบคุมตนเอง, การเห็นคุณค่าในตนเอง ทั้งสามอย่างนี้ทำงานประสานกัน เด็กที่เห็นคุณค่าในตนเองมักเคารพกติกาและมีการควบคุมตนเองหรือยับยั้งชั่งใจได้ดีขึ้น เมื่อลูกยับยั้งใจได้ เขาจะเลือกตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ด้อย่างปลอดภัยต่อตนเองและผู้อื่น
ผลวิจัยชี้ชัด เมื่อวินัยดี ทักษะชีวิตและผลการเรียนก็ดีตาม
บทสรุปสำคัญจากงานวิจัยที่คุณแม่ควรรู้ มีดังนี้
ความสัมพันธ์เชิงบวก จากกลุ่มตัวอย่างนักเรียน 286 คน พบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (โดยเฉพาะด้านวินัย, การควบคุมตนเอง, การเห็นคุณค่าในตนเอง) มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับทักษะชีวิตอย่างชัดเจน
ครอบครัวคือหัวใจ การอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่และใช้เหตุผลในครอบครัว สัมพันธ์กับทักษะชีวิตที่ดีกว่า ครอบครัวที่สื่อสารกันเสมอ ให้ความรักที่ชัดเจน และมีขอบเขตที่เข้าใจตรงกัน ช่วยให้ลูกฝึกพัฒนาทักษะชีวิตได้จริงในชีวิตประจำวัน

5 สัญญาณเตือน ว่าทักษะชีวิตของลูกอาจกำลังเปราะบาง
คุณแม่ลองสังเกตดูว่าลูกมีพฤติกรรมเหล่านี้บ้างหรือไม่
ลังเล ตัดสินใจไม่ได้ หรือหลีกเลี่ยงปัญหา โดยเฉพาะเรื่องเพื่อนและการบ้าน
อารมณ์แปรปรวน โกรธง่าย เศร้าเร็ว และยากที่จะกลับมาสงบด้วยตนเอง
มักพูดว่าตัวเองไม่เก่งหรือไม่ดีพอ ไม่กล้าลองสิ่งใหม่เพราะกลัวผิดพลาด
ทำตามกติกาได้บ้างไม่ได้บ้าง และเมื่อเจองานเยอะๆ มักเครียดจนอยากหนี
หลีกเลี่ยงการสื่อสาร หรือเลือกที่จะเงียบเมื่อเจอปัญหา
ปัจจัยเสี่ยงในบ้านที่อาจทำลายทักษะชีวิตลูกโดยไม่รู้ตัว
ขาดพื้นที่ปลอดภัยในการสื่อสาร เมื่อลูกไม่แน่ใจว่าจะถูกตำหนิ เขามักเลือกที่จะเงียบ
กติกาที่ไม่สมดุล กฎที่เข้มงวดเกินไปหรือผ่อนปรนเกินไป ทำให้เด็กไม่เห็นขอบเขตที่ปลอดภัย
การเปรียบเทียบ การเทียบลูกกับคนอื่นบ่อยครั้ง ทำให้ความภูมิใจในตัวเองลดลง
ตารางชีวิตที่แน่นเกินไป การเรียนและกิจกรรมที่มากเกินไป ทำให้ลูกไม่มีเวลาพักและทบทวนอารมณ์ตนเอง
การดูแลฉบับคุณแม่ 5 ขั้นตอนสร้างวินัยและทักษะชีวิตที่บ้าน
คุณแม่สามารถเริ่มต้นได้ทันทีด้วยขั้นตอนง่ายๆ และปลอดภัยต่อใจลูก
สร้างภาษาแห่งความเห็นคุณค่า เริ่มจากการยอมรับความรู้สึกของลูกก่อนเสมอ เช่น "แม่เห็นว่าหนูเหนื่อยและพยายามมาก วันนี้พักสักครู่แล้วค่อยวางแผนกันต่อนะ"
ออกแบบกติกาให้ลูกมีส่วนร่วม ชวนลูกตั้งเวลา ตกลงวิธีเตือน และสรุปผลร่วมกัน กติกาที่ลูกช่วยกำหนด จะทำให้เขารู้สึกอยากรับผิดชอบมากขึ้น
ฝึกวินัยสั้นๆ แต่สม่ำเสมอ ลองตั้งใจอ่านหนังสือ 20 นาทีต่อวัน หรือจัดห้อง 15 นาทีก่อนนอน แล้วบันทึกความสำเร็จเล็กๆ เพื่อเติมพลังความภูมิใจในตนเอง
ฝึก "หยุดและหายใจ" เมื่ออารมณ์พลุ่งพล่าน แค่หายใจเข้า-ออกช้าๆ 4-5 ครั้ง แล้วถามตัวเองว่า "ตอนนี้ใจเรารู้สึกอย่างไร?" และ "อะไรสำคัญที่สุดที่ควรทำในอีก 10 นาทีข้างหน้า?"
ชวนสะท้อนวันละนิด (1 นาที) ก่อนนอน ลองถาม 3 คำถามเดิมๆ "วันนี้ภูมิใจเรื่องอะไร?" "อยากปรับปรุงอะไร?" และ "พรุ่งนี้อยากลองทำอะไรใหม่?" การทำซ้ำๆ จะช่วยให้กล้ามเนื้อทางใจของลูกแข็งแรงขึ้นจริง
จับมือกับโรงเรียน สร้างทีมเวิร์คที่แข็งแกร่ง
อัปเดตข้อมูลกับคุณครู แจ้งให้คุณครูทราบถึงจุดแข็งและจุดที่ลูกกำลังพยายามฝึกฝนที่บ้าน เพื่อให้ครูช่วยสนับสนุนโอกาสในการฝึกฝนที่โรงเรียน
ขอข้อมูลเชิงบวก สอบถามคุณครูถึงเหตุการณ์ที่ลูกแสดงออกถึงวินัยหรือการควบคุมตนเองได้ดี แล้วนำเรื่องราวนั้นมาชื่นชมเพื่อเสริมแรงบวกที่บ้าน
เข้าร่วมกิจกรรม การเข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียนที่เน้นด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ จะทำให้ลูกเห็นแบบอย่างที่ดีในทิศทางเดียวกัน
เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
หากคุณแม่สังเกตเห็นสัญญาณเหล่านี้ ควรขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญทันที
ลูกมีอารมณ์แปรปรวนรุนแรงและยาวนาน จนกระทบการนอน การกิน หรือความสัมพันธ์
หลีกเลี่ยงการไปโรงเรียนหรือกิจกรรมที่เคยชอบ ติดต่อกันหลายสัปดาห์
มีคำพูดหรือพฤติกรรมที่ส่อถึงการทำร้ายตนเอง
นักจิตวิทยาหรือคุณครูที่ปรึกษาในโรงเรียนคือจุดเริ่มต้นที่ปลอดภัยและพร้อมให้ความช่วยเหลือค่ะ
ทำไมแนวทางนี้จึงเชื่อถือได้และปลอดภัยต่อใจลูก
บทความนี้สรุปข้อมูลจากงานวิจัยสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ใช้การสำรวจเชิงปริมาณกับนักเรียนจำนวนมากและวิเคราะห์ด้วยหลักสถิติที่น่าเชื่อถือ เสริมด้วยองค์ความรู้สากลด้านพัฒนาการวัยรุ่นและทฤษฎีการอบรมเลี้ยงดูที่เน้นความผูกพันอย่างมั่นคง หลักฐานเหล่านี้สอดคล้องกันว่า เมื่อบ้านและโรงเรียนช่วยกันปลูกฝังวินัย การควบคุมตนเอง และการเห็นคุณค่าในตนเอง ทักษะชีวิตของลูกจะเติบโต และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก็จะได้รับอานิสงส์ที่ดีตามไปด้วย
พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบในวันเดียว เพียงเริ่มต้นจากหนึ่งกติกาที่บ้าน หนึ่งช่วงเวลาที่ได้สื่อสารกันจากใจ และหนึ่งนาทีทบทวนตัวเองก่อนนอน เมื่อความสม่ำเสมอเกิดขึ้น ลูกจะค่อยๆ เชื่อมั่นว่าตนเองทำได้ รู้สึกภูมิใจ และสามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคงขึ้นในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทุกวัน
อ้างอิง
สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล. (2561). การศึกษาความสัมพันธ์ของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์กับทักษะชีวิตที่ดีของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4–6 โรงเรียนเอกชน เขตกรุงเทพมหานคร. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต) https://mulinet11.li.mahidol.ac.th/e-thesis/2561/537/5736730.pdf


ความคิดเห็น